ทำไมบางภาษาอ่านจากขวาไปซ้าย?
ทำไมบางภาษาอ่านจากขวาไปซ้าย?
ทิศทางการเขียนไม่ได้มีเพียงแบบเดียว
แม้คนส่วนใหญ่จะคุ้นเคยกับการอ่านจากซ้ายไปขวา แต่ในความเป็นจริงระบบการเขียนของโลกมีหลายรูปแบบ เช่น * ซ้ายไปขวา เช่น ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส ภาษาเยอรมัน และภาษาสเปน
* ขวาไปซ้าย เช่น ภาษาอาหรับ ภาษาเปอร์เซีย ภาษาอูรดู และภาษาฮีบรู
* บนลงล่าง ซึ่งพบในเอกสารจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีแบบดั้งเดิม แม้ปัจจุบันจะนิยมเขียนแนวนอนมากขึ้น
แต่ละระบบเกิดขึ้นจากการพัฒนาทางประวัติศาสตร์ วัสดุที่ใช้เขียน และอิทธิพลทางวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน
⸻
จุดเริ่มต้นของการเขียนจากขวาไปซ้าย
นักประวัติศาสตร์เชื่อว่า การเขียนจากขวาไปซ้ายมีต้นกำเนิดจากอารยธรรมโบราณในตะวันออกกลาง ชนชาติโบราณ เช่น ชาวฟินีเชียน (Phoenicians) ซึ่งมีระบบอักษรที่ทรงอิทธิพลต่อภาษา ในเวลาต่อมานิยมเขียนจากขวาไปซ้าย ระบบนี้ถูกถ่ายทอดไปยังภาษาอราเมอิก ฮีบรู และอาหรับ จึงทำให้ภาษากลุ่มนี้ยังคงใช้ทิศทางดังกล่าวมาจนถึงปัจจุบัน กล่าวได้ว่า ทิศทางการเขียนเป็นผลจากการสืบทอดทางประวัติศาสตร์มากกว่าจะเป็นการเลือกใหม่ในยุคปัจจุบัน ⸻การเขียนด้วยสิ่ว และค้อนอาจมีส่วนเกี่ยวข้อง
หนึ่งในสมมติฐานที่ได้รับการกล่าวถึงคือ เครื่องมือที่ใช้เขียนในอดีต ในยุคที่ผู้คนสลักตัวอักษรลงบนหิน หรือแผ่นโลหะ ช่างฝีมือส่วนใหญ่ถนัดมือขวา การเริ่มแกะสลักจากด้านขวาไปด้านซ้ายช่วยให้มองเห็นพื้นที่ที่กำลังทำงานได้สะดวก และลดโอกาสที่มือจะบดบังตัวอักษร แม้จะไม่มีข้อสรุปว่าปัจจัยนี้เป็นสาเหตุหลัก แต่ก็เป็นคำอธิบายที่นักวิชาการหลายคนมองว่าน่าสนใจ ⸻การเขียนด้วยหมึกก็มีผลเช่นกัน
เมื่อเริ่มใช้ปากกา และหมึก ทิศทางการเขียนก็ได้รับอิทธิพลจากวัสดุเหล่านี้ ตัวอย่างเช่น การเขียนภาษาอังกฤษจากซ้ายไปขวาช่วยลดโอกาสที่มือของผู้เขียนจะลากผ่านหมึกที่ยังไม่แห้ง โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ถนัดมือขวา ในทางกลับกัน ภาษาอาหรับ และฮีบรูได้ใช้ระบบขวาไปซ้ายมานานก่อนที่จะมีการใช้ปากกาสมัยใหม่ จึงยังคงรักษารูปแบบเดิมไว้ ⸻ภาษาอาหรับทำไมยังเขียนจากขวาไปซ้าย?
ภาษาอาหรับเป็นหนึ่งในภาษาที่มีผู้ใช้มากที่สุดในโลก และยังคงรักษาระบบการเขียนดั้งเดิมเอาไว้เหตุผลสำคัญคือ
* เป็นมรดกทางประวัติศาสตร์
* เกี่ยวข้องกับคัมภีร์อัลกุรอาน ซึ่งใช้ภาษาอาหรับแบบดั้งเดิม
* เป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์ทางภาษา และวัฒนธรรม
การเปลี่ยนทิศทางการเขียนอาจทำให้เอกสาร วรรณกรรม และตำราทางศาสนาที่มีมานับพันปีไม่สอดคล้องกับระบบใหม่ จึงแทบไม่มีความพยายามเปลี่ยนแปลง
⸻
ภาษาอาหรับ และฮีบรูเขียนเหมือนกันหรือไม่?
แม้ว่าทั้งสองภาษาจะอ่านจากขวาไปซ้ายเหมือนกัน แต่ระบบตัวอักษร และไวยากรณ์แตกต่างกันมาก ภาษาอาหรับมีการเชื่อมตัวอักษรในแต่ละคำ ทำให้รูปของตัวอักษรเปลี่ยนไปตามตำแหน่ง ส่วนภาษาฮีบรูใช้ตัวอักษรที่แยกจากกันเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นผู้ที่อ่านภาษาอาหรับได้ ไม่จำเป็นต้องอ่านภาษาฮีบรูได้ ⸻ในทางกลับกัน ตัวเลขกลับอ่านจากซ้ายไปขวา?
เรื่องที่หลายคนประหลาดใจคือ แม้ภาษาอาหรับ และฮีบรูจะอ่านจากขวาไปซ้าย แต่ตัวเลขสมัยใหม่มักเขียน และอ่านจากซ้ายไปขวาตัวอย่างเช่น
2026 เมื่ออยู่ในประโยคภาษาอาหรับ ลำดับของตัวเลขยังคงเป็น “2-0-2-6” เหมือนกับภาษาอังกฤษ สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าระบบการเขียนสามารถผสมผสานทิศทางที่แตกต่างกันได้อย่างเป็นธรรมชาติ ⸻ภาษาจีน และญี่ปุ่นเคยอ่านจากบนลงล่าง
อีกตัวอย่างที่น่าสนใจคือ ภาษาจีน และภาษาญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม ในอดีตข้อความจะเรียงเป็นคอลัมน์จากบนลงล่าง และอ่านคอลัมน์จากขวาไปซ้าย ปัจจุบัน หนังสือ เว็บไซต์ และเอกสารส่วนใหญ่ใช้การเขียนแนวนอนจากซ้ายไปขวา เนื่องจากสะดวกต่อการใช้งานร่วมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ อย่างไรก็ตาม หนังสือ วรรณกรรม และหนังสือพิมพ์บางประเภทในญี่ปุ่นยังคงใช้รูปแบบดั้งเดิมอยู่ ⸻แล้วภาษาไทยล่ะ?
ภาษาไทยอ่านจากซ้ายไปขวาเช่นเดียวกับภาษาอังกฤษ ระบบการเขียนของไทยได้รับอิทธิพลจากอักษรพราหมณ์ของอินเดีย ซึ่งส่วนใหญ่ใช้การเขียนจากซ้ายไปขวา จึงสืบทอดทิศทางนี้มาจนถึงปัจจุบัน แม้ว่าตัวอักษรไทยจะมีสระ และวรรณยุกต์วางอยู่หลายตำแหน่ง ทั้งด้านบน ด้านล่าง ด้านหน้า หรือด้านหลังพยัญชนะ แต่ลำดับการอ่านยังคงเป็นจากซ้ายไปขวา ⸻การอ่านคนละทิศทำให้เรียนภาษายากขึ้นหรือไม่?
สำหรับผู้เริ่มเรียนอาจต้องใช้เวลาปรับตัวเล็กน้อย ความท้าทายไม่ได้อยู่แค่การจำตัวอักษร แต่รวมถึง * การเริ่มอ่านจากอีกด้านของหน้ากระดาษ
* การเขียนประโยคในทิศทางใหม่
* การใช้เครื่องหมายวรรคตอน
* การพิมพ์บนแป้นพิมพ์
อย่างไรก็ตาม หลังจากฝึกฝนไปสักระยะ สมองจะสามารถปรับตัวได้ และการอ่านจากขวาไปซ้ายจะกลายเป็นเรื่องธรรมชาติไม่ต่างจากการอ่านภาษาไทย
⸻
เทคโนโลยีรองรับการเขียนจากขวาไปซ้ายอย่างไร?
ในอดีตโปรแกรมคอมพิวเตอร์จำนวนมากถูกออกแบบมาสำหรับภาษาที่อ่านจากซ้ายไปขวา ทำให้การใช้งานภาษาอาหรับ หรือฮีบรูมีข้อจำกัด ปัจจุบันระบบปฏิบัติการ เว็บไซต์ และแอปพลิเคชันส่วนใหญ่รองรับภาษาแบบ Right-to-Left (RTL) แล้ว ไม่ว่าจะเป็น * โทรศัพท์มือถือ
* เว็บเบราว์เซอร์
* โปรแกรมเอกสาร
* โซเชียลมีเดีย
ทำให้ผู้ใช้สามารถพิมพ์ อ่าน และใช้งานภาษาเหล่านี้ได้อย่างสะดวก
⸻

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น