ชื่อประเทศต่างๆมีความหมายว่าอะไร?

 ชื่อประเทศต่างๆมีความหมายว่าอะไร?


Credit: Canva.com

เวลาพูดถึงประเทศต่างๆทั่วโลก

เรามักคุ้นเคยกับชื่ออย่าง

* ไทย
* ญี่ปุ่น
* จีน
* อังกฤษ
* ฝรั่งเศส
* อินเดีย

จนแทบไม่เคยตั้งคำถามว่า “ชื่อประเทศเหล่านี้มีความหมายว่าอะไร?”

ความจริงแล้ว ชื่อประเทศจำนวนมากมีที่มาจาก

* ภูมิศาสตร์
* ชนเผ่า
* ภาษาโบราณ
* บุคคลสำคัญ
* ความเชื่อทางศาสนา
* หรือแม้แต่ความเข้าใจผิดทางประวัติศาสตร์ เบื้องหลังชื่อประเทศแต่ละชื่อจึงเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจไม่น้อย ⸻

ประเทศไทย: ดินแดนแห่งเสรีภาพ

ชื่อ ไทย มีความเชื่อมโยงกับคำว่า ไท ซึ่งมีความหมายว่า อิสระ หรือเสรี ด้วยเหตุนี้ประเทศไทยจึงมักถูกอธิบายว่าเป็น “ดินแดนแห่งเสรีชน” แม้ว่านักประวัติศาสตร์จะยังมีข้อถกเถียงเกี่ยวกับที่มาที่แท้จริงของคำนี้อยู่บ้าง แต่แนวคิดเรื่อง “ความเป็นอิสระ” ยังคงเป็นคำอธิบายที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ⸻

ญี่ปุ่น: ต้นกำเนิดแห่งดวงอาทิตย์

ชื่อที่ชาวญี่ปุ่นใช้เรียกประเทศตนเองคือ 日本 อ่านว่า นิฮง (Nihon) หรือนิปปง (Nippon) มีความหมายว่า ต้นกำเนิดของดวงอาทิตย์ หรือดินแดนที่ดวงอาทิตย์ขึ้น เนื่องจากเมื่อมองจากประเทศจีน ญี่ปุ่นอยู่ทางทิศตะวันออกซึ่งเป็นทิศที่ดวงอาทิตย์ขึ้นนั่นเอง นี่จึงเป็นที่มาของฉายา “ดินแดนอาทิตย์อุทัย” ที่เราคุ้นเคยกันดี ⸻

จีน: ชื่อที่หมายถึงศูนย์กลาง

ชื่อประเทศจีนในภาษาจีนคือ 中国 อ่านว่า จงกั๋ว (Zhōngguó) มีความหมายว่า รัฐกลาง หรืออาณาจักรกลาง ชาวจีนในอดีตมองว่าประเทศของตนเป็นศูนย์กลางของอารยธรรม และพื้นที่รอบนอกเป็นดินแดนชายขอบ แนวคิดนี้สะท้อนอยู่ในชื่อประเทศมาจนถึงปัจจุบัน ⸻

อินเดีย: ดินแดนแห่งแม่น้ำสินธุ

ชื่อ India มีต้นกำเนิดจากคำว่า Indus ซึ่งเป็นชื่อแม่น้ำสายสำคัญในอดีต ชื่อดังกล่าวมีรากมาจากคำในภาษาสันสกฤตว่า Sindhu ที่แปลว่า แม่น้ำ ดังนั้นชื่ออินเดียจึงมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับอารยธรรมโบราณที่เติบโตขึ้นรอบแม่น้ำสินธุ ⸻

อังกฤษ: ดินแดนของชาวแองเกิล

คำว่า England

ประกอบด้วย

* Angle
* Land หมายถึง ดินแดนของชาวแองเกิล ซึ่งเป็นชนเผ่าเยอรมันโบราณที่อพยพเข้ามาในเกาะบริเตนเมื่อหลายร้อยปีก่อน ชื่อประเทศจึงสะท้อนถึงผู้คนที่ตั้งรกรากอยู่ในพื้นที่นั้น ⸻

ฝรั่งเศส: ดินแดนของชาวแฟรงก์

ชื่อ France มาจากชนเผ่าโบราณชื่อ Franks ซึ่งเป็นกลุ่มชนที่มีบทบาทสำคัญในการก่อตั้งอาณาจักรในยุโรปตะวันตก ดังนั้นชื่อประเทศจึงหมายถึง ดินแดนของชาวแฟรงก์นั่นเอง ⸻

รัสเซีย: ดินแดนของชาวรุส

ชื่อ Russia มีรากมาจากคำว่า Rus ซึ่งเป็นชื่อกลุ่มชนที่อาศัยอยู่ในยุโรปตะวันออก ในอดีตนักประวัติศาสตร์เชื่อว่าชื่อนี้เกี่ยวข้องกับชนชาตินักเดินเรือจากแถบสแกนดิเนเวียที่เข้ามามีอิทธิพลในภูมิภาคดังกล่าว ⸻

ออสเตรเลีย: ดินแดนใต้

ชื่อ Australia มาจากภาษาละติน Terra Australis ซึ่งหมายถึง ดินแดนทางใต้ ในอดีตนักสำรวจยุโรปเชื่อว่าต้องมีแผ่นดินขนาดใหญ่อยู่ทางตอนใต้ของโลก เมื่อค้นพบทวีปออสเตรเลีย ชื่อนี้จึงถูกนำมาใช้ ⸻

แคนาดา: หมู่บ้าน

หนึ่งในชื่อประเทศที่มีที่มาง่ายที่สุดคือ Canada ซึ่งมาจากคำว่า Kanata ในภาษาของชนพื้นเมือง มีความหมายว่า หมู่บ้าน หรือชุมชน นักสำรวจชาวยุโรปเข้าใจว่าคำนี้หมายถึงชื่อพื้นที่ทั้งหมด และในที่สุดก็กลายเป็นชื่อประเทศ ⸻

อาร์เจนตินา: ดินแดนแห่งเงิน

ชื่อ Argentina มีรากศัพท์จากภาษาละติน Argentum ซึ่งหมายถึง เงิน (Silver) ในอดีตนักสำรวจยุโรปเชื่อว่าพื้นที่แห่งนี้อุดมไปด้วยแร่เงินจึงตั้งชื่อประเทศตามโลหะมีค่านี้ ⸻

ซาอุดีอาระเบีย: ประเทศที่ตั้งชื่อตามราชวงศ์

ประเทศส่วนใหญ่ตั้งชื่อตามภูมิศาสตร์ หรือชนเผ่า แต่ซาอุดีอาระเบียเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่ตั้งชื่อตามราชวงศ์ คำว่า Saudi มาจากราชวงศ์อัลซาอูด (Al Saud) ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้ง และปกครองประเทศจึงมีความหมายว่า อาระเบียของราชวงศ์ซาอูด ⸻

บางชื่อประเทศไม่ได้แปลอย่างที่เราคิด

สิ่งที่น่าสนใจคือ ชื่อประเทศหลายชื่อไม่ได้มีความหมายเกี่ยวกับลักษณะของประเทศในปัจจุบันเลย

แต่เป็นเพียงร่องรอยของ

* ชนเผ่าโบราณ
* ภาษาเก่าแก่
* ความเชื่อในอดีต
* เหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ ที่สืบทอดต่อกันมาหลายร้อย หรือหลายพันปี ⸻

นักแปลต้องระวังเรื่องชื่อประเทศอย่างไร?

สำหรับนักแปล ชื่อประเทศอาจดูเหมือนเป็นเรื่องง่าย

แต่ในบางกรณีจำเป็นต้องรู้ทั้ง

* ชื่อทางการ
* ชื่อย่อ
* ชื่อที่ใช้ในบริบททางการทูต
* และชื่อที่ใช้ในภาษาท้องถิ่น

ตัวอย่างเช่น

ประเทศที่คนไทยเรียกว่า เยอรมนี ชาวเยอรมันเรียกว่า Deutschland ส่วนภาษาอังกฤษใช้ Germany การเข้าใจที่มาของชื่อเหล่านี้ช่วยให้การแปลมีความถูกต้อง และเหมาะสมมากขึ้น ⸻ สรุป ชื่อประเทศต่างๆไม่ได้เป็นเพียงคำที่ใช้ระบุตำแหน่งบนแผนที่ แต่เป็นหน้าต่างที่เปิดให้เราเห็นประวัติศาสตร์ ภาษา และวัฒนธรรมของผู้คนในอดีต บางประเทศตั้งชื่อตามชนเผ่า บางประเทศตั้งชื่อตามแม่น้ำ บางประเทศตั้งชื่อตามภูมิศาสตร์ และบางประเทศตั้งชื่อตามราชวงศ์ผู้ก่อตั้ง เรื่องราวเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า แม้แต่ชื่อประเทศที่เราใช้เรียกกันทุกวันก็ยังมีประวัติศาสตร์ และความหมายที่ซ่อนอยู่มากกว่าที่คิด และนี่คือเสน่ห์อย่างหนึ่งของภาษา เพราะทุกคำที่เราใช้ล้วนมีเรื่องราวรอให้ค้นพบอยู่เสมอ

ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม