ภาษาที่มีตัวอักษรมากที่สุดในโลก

 ภาษาที่มีตัวอักษรมากที่สุดในโลก


Credit: Canva.com

หากนึกถึงภาษาอังกฤษ หลายคนคงรู้ว่ามีตัวอักษรเพียง 26 ตัว ส่วนภาษาไทยมีพยัญชนะ 44 ตัว สระ และวรรณยุกต์อีกหลายรูปแบบ แต่คุณเคยสงสัยไหมว่าภาษาที่มีตัวอักษรมากที่สุดในโลกมีตัวอักษรกี่ตัว? และทำไมบางภาษาจึงมีตัวอักษรจำนวนมากจนดูแทบจะจำไม่หมด? วันนี้เราจะพาไปสำรวจโลกของระบบตัวอักษรที่น่าสนใจที่สุดในโลกกัน ⸻

ก่อนอื่น: “ตัวอักษร” กับ “อักขระ” ไม่เหมือนกัน

ก่อนตอบคำถามนี้ เราต้องแยกความหมายก่อน

ในทางภาษาศาสตร์มีความแตกต่างระหว่าง

* ตัวอักษร (Alphabet)
* อักขระ หรือสัญลักษณ์ในการเขียน (Characters) ภาษาอังกฤษใช้ระบบอักษร (Alphabet) ส่วนภาษาจีนใช้ระบบอักขระ (Characters) ดังนั้นเวลาพูดถึง “ภาษาที่มีตัวอักษรมากที่สุด” คำตอบอาจแตกต่างกันตามนิยามที่ใช้ ⸻

ภาษาอังกฤษ: 26 ตัวอักษร

ภาษาอังกฤษถือเป็นหนึ่งในภาษาที่มีระบบตัวอักษรขนาดเล็ก

ประกอบด้วย:

A ถึง Z รวมทั้งหมด 26 ตัว แม้จะมีตัวอักษรไม่มาก แต่สามารถสร้างคำได้หลายแสนคำ ⸻

ภาษาไทย: 44 พยัญชนะ

ภาษาไทยมี

* พยัญชนะ 44 ตัว
* สระหลายรูปแบบ
* วรรณยุกต์ 5 รูป ทำให้ระบบการเขียนภาษาไทยมีความซับซ้อนมากกว่าภาษาอังกฤษพอสมควร อย่างไรก็ตามพยัญชนะบางตัวในภาษาไทยปัจจุบันมีเสียงเหมือนกันแล้ว แต่ยังคงใช้เพื่อรักษารากศัพท์ และประวัติศาสตร์ของภาษา ⸻

ภาษาเขมร: หนึ่งในระบบอักษรที่ใหญ่ที่สุด

ภาษาที่มักถูกยกให้มีจำนวนตัวอักษรมากที่สุดในโลก คือ ภาษาเขมร (Khmer) ซึ่งใช้ในประเทศกัมพูชา ระบบอักษรเขมรมีพยัญชนะหลักมากกว่า 70 ตัวเมื่อรวมรูปแบบทั้งหมด และยังมีสระ เครื่องหมาย และสัญลักษณ์ประกอบอีกจำนวนมาก ทำให้ผู้เรียนจำนวนไม่น้อยรู้สึกว่าภาษาเขมรเป็นหนึ่งในระบบการเขียนที่ท้าทายที่สุดในโลก ⸻

ภาษาฮินดี และภาษาสันสกฤต

ภาษาที่ใช้อักษรเทวนาครี (Devanagari)

เช่น

* ภาษาฮินดี
* ภาษาสันสกฤต
* ภาษาเนปาลี มีตัวอักษรจำนวนมากเช่นกัน เนื่องจากระบบการเขียนถูกออกแบบให้สะท้อนเสียงพูดอย่างละเอียด จึงมีการแยกเสียงที่ใกล้เคียงกันออกเป็นหลายตัวอักษร ⸻

แล้วภาษาจีนล่ะ?

หากนับจำนวน “อักขระ" ภาษาจีนอาจเป็นผู้ชนะอย่างขาดลอย เพราะมีตัวอักษรจีนที่ถูกบันทึกไว้มากกว่า 50,000 ตัว แม้ว่าคนจีนทั่วไปจะใช้จริงประมาณ 3,000–5,000 ตัวในการอ่านหนังสือพิมพ์ หรือชีวิตประจำวันก็ตาม ⸻

ตัวอย่าง

คำว่า * 人 = คน
* 山 = ภูเขา
* 水 = น้ำ แต่ละตัวเป็นอักขระที่มีความหมายในตัวเอง แตกต่างจากภาษาอังกฤษ หรือภาษาไทยที่ต้องนำตัวอักษรมาประกอบกันเป็นคำ ⸻

ทำไมบางภาษาถึงมีตัวอักษรเยอะ?

มีหลายเหตุผล เช่น

1. เพื่อแยกเสียงอย่างละเอียด

บางภาษามีเสียงพูดจำนวนมากจึงต้องมีตัวอักษรหลายตัวเพื่อแทนเสียงเหล่านั้น ⸻

2. เหตุผลทางประวัติศาสตร์

บางภาษาเก็บตัวอักษรดั้งเดิมไว้ แม้เสียงจะเปลี่ยนไปแล้ว ภาษาไทยเองก็เป็นตัวอย่างที่ดี เช่น * ศ
* ษ
* ส ปัจจุบันออกเสียงเหมือนกันในหลายคำ แต่ยังคงมีอยู่เพื่อรักษาที่มาของคำ ⸻

3. ระบบการเขียนแตกต่างกัน

บางภาษาใช้ * Alphabet (ตัวอักษร)
* Abugida (อักษรพยางค์)
* Syllabary (อักษรพยางค์เต็มรูป)
* Characters (อักขระ) จึงเปรียบเทียบจำนวนตัวอักษรตรงๆได้ยาก ⸻

จำนวนตัวอักษรไม่ได้บอกว่าภาษายากหรือไม่

หลายคนอาจคิดว่า ตัวอักษรเยอะ = ภาษายาก แต่จริงๆไม่เสมอไป

ตัวอย่างเช่น

ภาษาอังกฤษมีเพียง 26 ตัวอักษร แต่การสะกดคำ และการออกเสียงกลับเป็นสิ่งที่ผู้เรียนจำนวนมากมองว่ายาก ในขณะที่บางภาษามีตัวอักษรจำนวนมาก แต่การอ่านออกเสียงกลับเป็นระบบ และคาดเดาได้ง่ายกว่า ⸻

สิ่งที่นักแปลต้องเรียนรู้มากกว่าตัวอักษร

สำหรับนักแปล การรู้ตัวอักษรเป็นเพียงจุดเริ่มต้น

สิ่งสำคัญยิ่งกว่าคือ

* ความหมาย
* วัฒนธรรม
* บริบท
* สำนวน
* วิธีคิดของเจ้าของภาษา เพราะแม้จะอ่านตัวอักษรได้ทุกตัวก็ไม่ได้หมายความว่าจะเข้าใจภาษานั้นอย่างแท้จริง ⸻ สรุป หากพูดถึงระบบตัวอักษรแบบ Alphabet หรือระบบอักษร ภาษาเขมรถือเป็นหนึ่งในภาษาที่มีจำนวนตัวอักษรมากที่สุดในโลก แต่หากนับจำนวนอักขระทั้งหมด ภาษาจีนมีอักขระมากกว่าหลายหมื่นตัว และถือเป็นหนึ่งในระบบการเขียนที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยสร้างขึ้น เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่า ภาษาของมนุษย์มีความหลากหลายมากกว่าที่เราคิด บางภาษาสร้างโลกทั้งใบจากตัวอักษรเพียงไม่กี่สิบตัว ในขณะที่บางภาษาใช้สัญลักษณ์นับหมื่นตัวเพื่อบันทึกความคิด ความรู้ และวัฒนธรรมของผู้คนมาตลอดหลายพันปี

ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม