คำแสลงเกิดขึ้นได้อย่างไร?
คำแสลงเกิดขึ้นได้อย่างไร?
และทำไมบางคำถึงอยู่ยาว ขณะที่บางคำหายไปอย่างรวดเร็ว?
⸻
1. คำแสลงคืออะไร?
คำแสลง (slang) คือ คำ หรือสำนวนที่
• ใช้ในกลุ่มคนเฉพาะ
• มีความหมายไม่เป็นทางการ
• มักสะท้อนอารมณ์ ตัวตน หรือวัฒนธรรมของยุคนั้น
คำแสลงไม่ใช่ “ภาษาที่ผิด” แต่คือ ภาษาที่มีชีวิต และเปลี่ยนแปลงเร็วมาก
⸻
2. คำแสลงมักเริ่มจาก “กลุ่มเล็กๆ”
คำแสลงส่วนใหญ่ไม่ได้เริ่มจากสังคม แต่มักเกิดจาก
• กลุ่มวัยรุ่น
• กลุ่มอาชีพ
• กลุ่มย่อยทางวัฒนธรรม
เมื่อคำหนึ่ง
3. สื่อ และอินเทอร์เน็ตเร่งการเกิดคำแสลง
ในอดีต คำแสลงอาจใช้เวลาหลายปีในการแพร่หลาย แต่วันนี้ แค่ไม่กี่สัปดาห์ก็ “ติดปากทั้งประเทศ” ได้ แพลตฟอร์มอย่าง
TikTok,
Twitter (X),
และ Instagram
ช่วยให้คำแสลง
• ถูกได้ยินซ้ำๆ
• ถูกเลียนแบบ
• ถูกดัดแปลงอย่างรวดเร็ว
คำที่ “ไวรัล” มักกลายเป็นคำแสลงทันที
⸻
4. คำแสลงมักเกิดจากการ ‘เปลี่ยนความหมาย’
หลายคำแสลงไม่ได้เป็นคำใหม่ แต่เป็นคำเดิมที่ถูกใช้ในความหมายใหม่ตัวอย่างเช่น
• cool → จาก “เย็น” เป็น “ดี เท่”
• sick → จาก “ป่วย” เป็น “เจ๋งมาก”
กระบวนการนี้เรียกว่า semantic shift คือความหมายของคำขยับตามการใช้งานจริง
⸻
5. อารมณ์ขัน และการเล่นภาษาคือหัวใจของคำแสลง
คำแสลงจำนวนมากเกิดจาก
• การพูดเกินจริง
• การประชด
• การล้อเลียน
เพราะภาษาไม่ได้มีหน้าที่แค่สื่อสาร แต่ยังใช้
6. ทำไมบางคำแสลงถึงหายไป?
คำแสลงจะค่อย ๆ หายไปเมื่อ
• กลุ่มผู้ใช้โตขึ้น
• คำถูกใช้มากเกินไปจนไม่พิเศษ
• วัฒนธรรมที่สร้างคำเปลี่ยนไป
เมื่อคำแสลงถูกใช้ในโฆษณา ข่าว หรือเอกสารทางการ มันมักจะไม่แสลงอีกต่อไป
⸻
7. แต่บางคำแสลงกลับกลายเป็น “คำปกติ”
มีคำแสลงจำนวนไม่น้อยที่ค่อยๆ กลายเป็นภาษามาตรฐาน สิ่งที่เคย
• ไม่สุภาพ
• ไม่เป็นทางการ
อาจกลายเป็น

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น