แปลตรง vs แปลเอาความ ต่างกันยังไง?
แปลตรง vs แปลเอาความต่างกันยังไง?
Credit: Canva.com
vs
1. แปลตรงคืออะไร?
แปลตรง คือการ
• รักษาคำ
• โครงสร้างประโยค
• ลำดับความคิด
ให้ใกล้ต้นฉบับมากที่สุด
ตัวอย่าง
ต้นฉบับ:
He kicked the bucket.แปลตรง:
เขาเตะถัง ซึ่ง…2. แปลเอาความคืออะไร?
แปลเอาความ คือการ
• โฟกัส “ความหมายที่ผู้เขียนต้องการสื่อ”
• ไม่ยึดติดกับคำ หรือโครงสร้างเดิม
• ปรับให้ผู้อ่านภาษาเป้าหมายเข้าใจทันที
ไม่ตรงคำ
ตัวอย่างเดียวกัน
แปลเอาความ:
เขาเสียชีวิต3. แปลตรงเหมาะกับอะไร?
การแปลตรงเหมาะกับงานที่
• ต้องการความแม่นยำสูง
• ไม่ควรตีความเกินต้นฉบับ
เช่น
• กฎหมาย
• สัญญา
• คู่มือเทคนิค
• เอกสารวิชาการบางประเภท
แม้อ่านแข็ง แต่ลดความเสี่ยงเรื่องความหมายเพี้ยน
⸻
4. แปลเอาความเหมาะกับอะไร?
แปลเอาความเหมาะกับงานที่
• ต้องการให้ผู้อ่าน “รู้สึก” และ “เข้าใจ”
• ต้องคำนึงถึงวัฒนธรรมผู้อ่าน
เช่น
• บทความ
• โฆษณา
• นิยาย
• คอนเทนต์ออนไลน์
• ซับไตเติล
ถ้าแปลตรงเกินไป ผู้อ่านอาจเข้าใจ…แต่ไม่อิน
⸻
5. ปัญหาที่พบบ่อย: เลือกผิดบริบท
หลายความผิดพลาดในการแปลไม่ได้เกิดจากภาษาไม่ดี แต่เกิดจากเลือกวิธีแปลผิด
• แปลตรงในงานที่ควรเอาความ → แข็ง อ่านไม่รู้เรื่อง
• แปลเอาความในงานที่ต้องเป๊ะ → เสี่ยงความหมายคลาดเคลื่อน
นักแปลที่ดีไม่ได้เก่งคำศัพท์อย่างเดียว แต่เก่ง “การตัดสินใจ”
⸻

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น