ภาษาเขียนกับภาษาพูดต่างกันแค่ไหน?
ภาษาเขียนกับภาษาพูดต่างกันแค่ไหน?
หลายคนเรียนภาษาจากหนังสือ สอบผ่าน เขียนได้ดี แต่พอถึงเวลาพูดจริงกลับรู้สึกว่า “ประโยคที่พูดออกไปมันแปลกๆ” หรือในทางกลับกัน พอเอาภาษาที่พูดทุกวันไปเขียน กลับดูไม่เป็นทางการ หรือไม่เหมาะกับบริบทเหตุผลคือ ภาษาเขียนกับภาษาพูดไม่ใช่ภาษาเดียวกันเสียทีเดียว ⸻ ภาษาเขียนกับภาษาพูดคืออะไร นักภาษาศาสตร์มองว่า ความแตกต่างนี้เป็นเรื่องของ “ระดับภาษา” ภาษาเดียวกันเปลี่ยนรูปแบบได้ตาม
• สื่อ (พูด / เขียน)
• ผู้ฟัง
• จุดประสงค์
⸻
1. ภาษาเขียน: ชัด เป็นระบบ
ภาษาเขียนมักมีลักษณะ
• ประโยคยาว
• โครงสร้างครบ
• ใช้คำเป็นทางการ
• เรียบเรียงอย่างมีเหตุผล
ตัวอย่าง
I would like to inform you that the meeting has been postponed.
ประโยคแบบนี้อ่านเข้าใจชัดเจน เหมาะกับอีเมล์ รายงาน บทความ สัญญา
เพราะภาษาเขียน
2. ภาษาพูด: สั้น เป็นธรรมชาติ และเกิดขึ้นสดๆ
ภาษาพูดมัก
• ตัดคำ
• ใช้ประโยคไม่สมบูรณ์
• มีคำซ้ำ คำแทรก
• พึ่งน้ำเสียง และท่าทาง
ตัวอย่างเดียวกันในภาษาพูดอาจกลายเป็น
The meeting’s been postponed.
หรือแค่
The meeting’s off.
ซึ่งฟังเป็นธรรมชาติ แต่ถ้าเอาไปเขียนในเอกสารทางการจะดูไม่เหมาะทันที
⸻
3. ไวยากรณ์: ถูกทั้งคู่ แต่ใช้คนละแบบ
ภาษาพูดไม่ได้ “ผิดแกรมมาร์” แต่ใช้กฎอีกชุดหนึ่ง นักภาษาศาสตร์เรียกว่า Spoken grammar เช่น You know… I mean… it’s kind of hard. ประโยคแบบนี้แทบไม่เห็นในภาษาเขียน แต่พบตลอดในภาษาพูด และถือว่าถูกต้องในบริบทนั้น ⸻4. คำศัพท์: คำเดียวกัน แต่เลือกไม่เหมือนกัน
ภาษาเขียนมักใช้
• formal
• neutral
ภาษาพูดมักใช้
• informal
• colloquial
ตัวอย่าง
• purchase → เขียน
• buy → พูด
ความหมายเหมือนกัน แต่ “น้ำเสียง” ต่างกัน
⸻
5. ถ้าใช้ภาษาพูดในงานเขียน จะเกิดอะไรขึ้น
อาจ
• ดูไม่เป็นมืออาชีพ
• ขาดความน่าเชื่อถือ
• ไม่เหมาะกับบริบททางการ
เช่น Gonna/Wanna/Kinda เหมาะกับแชต แต่ไม่เหมาะกับรายงาน
⸻
6. แล้วถ้าใช้ภาษาเขียนมาพูดล่ะ?
มักทำให้
• ฟังแข็ง
• ฟังห่าง
• ฟังไม่เป็นธรรมชาติ
เช่น
I would like to request your assistance.
พูดกับเพื่อนอาจฟังเหมือนประชุมมากกว่าคุย
⸻
ต่างที่โครงสร้าง

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น