Comma Rules: กฎคอมมาที่ง่ายที่สุด 3 ข้อ แต่ช่วยให้ประโยคชัดขึ้นเยอะ!

 Comma Rules: กฎคอมมาที่ง่ายที่สุด 3 ข้อ แต่ช่วยให้ประโยคชัดขึ้นเยอะ!


Credit: Canva.com

คอมมา (,) เป็นสัญลักษณ์เล็ก ๆ ที่สร้างความปวดหัวให้ผู้เรียนภาษาอังกฤษเสมอ หลายคนกลัวว่าจะใส่ผิด หรือใส่มากไปจนประโยคสะดุด แต่จริง ๆ แล้วมีกฎพื้นฐานเพียงไม่กี่ข้อที่ช่วยให้ประโยคอ่านง่ายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด วันนี้เรารวบรวม 3 กฎคอมมาที่ง่ายที่สุด แต่ช่วยให้ภาษาอังกฤษของคุณชัดเจน และเป็นมืออาชีพมากขึ้นมาฝากกันค่ะ ⸻

1) ใช้คอมมาแบ่ง “รายการหลายรายการ” (Listing Comma)

เมื่อระบุสิ่งของหลายชิ้นในประโยค ให้คั่นด้วยคอมมาเสมอ

ตัวอย่าง:

• I bought apples, oranges, bananas, and grapes.
• The project needs time, budget, and a clear plan.

ทำไมสำคัญ?

ช่วยป้องกันการตีความผิด เช่น
• I love cooking, my family and my dog.
อ่านแบบไม่มีคอมมาอาจหมายถึง “ฉันรักการทำอาหารครอบครัวของฉันและหมาของฉัน” (!) ⸻

2) ใช้คอมมาเมื่อประโยคขึ้นต้นด้วยคำเชื่อม (Introductory Words)

ถ้าประโยคเริ่มด้วยคำอย่าง After, Before, When, Because, If, Although, However, In fact, For example ให้ตามด้วยคอมมาเสมอ

ตัวอย่าง:

• After the meeting, we went to lunch.
• If you need help, let me know.
• However, this solution might take longer.

ทำไมสำคัญ?

คอมมาช่วยให้ผู้อ่านรู้ว่าประโยคกำลังเปลี่ยนทิศ หรือเข้าสู่ส่วนหลักของประโยค ⸻

3) ใช้คอมมาคั่นข้อมูลเสริม (Non-essential information)

เมื่อมีข้อมูลเพิ่มเติมที่ “ลบออกได้โดยไม่ทำให้ประโยคเสียความหมาย” ให้ใช้คอมมาคั่นหน้า–หลัง

ตัวอย่าง:

• My sister, who lives in Tokyo, is visiting next month. ลบส่วน who lives in Tokyo ออกไป ประโยคยังสมบูรณ์
• This laptop, in my opinion, is the best option.
• The meeting, as you know, was postponed.

ทำไมสำคัญ?

ทำให้รู้ว่าส่วนที่ถูกคั่นเป็นเพียงคำอธิบาย ไม่ใช่องค์ประกอบหลักของประโยค

เพียงแค่จำ 3 กฎนี้ คุณจะเขียนประโยคภาษาอังกฤษได้อ่านง่าย ลื่นไหล และดูมืออาชีพขึ้นทันที แม้ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญไวยากรณ์!

ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม