คำไทยที่คนชอบแปลตรงตัวจนเพี้ยน (พร้อมตัวอย่าง)

 คำไทยที่คนชอบแปลตรงตัวจนเพี้ยน (พร้อมตัวอย่าง)


Credit: Canva.com
การแปลตรงตัวจากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษมักทำให้ความหมายเพี้ยน หรือไม่เป็นธรรมชาติในสายตาชาวต่างชาติ โดยเฉพาะเวลาสื่อสารในงาน เอกสาร หรือแชตกับลูกค้าต่างประเทศ บทความนี้รวบรวมตัวอย่างคำที่แปลตรงตัวบ่อยที่สุด และวิธีแก้ไขที่ถูกต้อง เพื่อให้คุณใช้ภาษาอังกฤษได้ชัดเจน และมืออาชีพมากขึ้น ⸻

1. “ตามสบาย” แปลเป็น “As you like”

คนไทยมักแปลตรงตัวตามโครงสร้างภาษาไทย แต่ “As you like” ฟังดูแข็ง และมีความหมายแบบ “แล้วแต่คุณจะชอบ” ซึ่งไม่ใช่โทนอ่อนโยนแบบที่เราตั้งใจ

❌ ผิด (ตรงตัว):

As you like.

✔️ ถูก (ธรรมชาติ):

• Feel free.
• Feel free to take a seat.
• Make yourself comfortable. ⸻

2. “เดี๋ยวมา” แปลเป็น “Wait for me for a moment”

ประโยคนี้ฟังดูยาวและแปลกในภาษาอังกฤษ

❌ ผิด:

Wait for me for a moment.

✔️ ถูก:

• I’ll be right back.
• Give me a sec. (กันเอง) ⸻

3. “น่าสงสาร” แปลเป็น “He is pitiful”

คำว่า pitiful แปลว่า “น่าสงสารจนดูน่าสมเพช” ซึ่งแรงมาก ชาวต่างชาติไม่ค่อยใช้กับคนโดยตรง

❌ ผิด:

He is pitiful.

✔️ ถูก:

• I feel sorry for him.
• That’s sad for him. ⸻

4. “ไม่เป็นไร” แปลเป็น “Never mind”

คำว่า Never mind ใช้เฉพาะตอนให้ลืมประเด็นหนึ่ง ไม่ได้ใช้ได้ทุกบริบทเหมือน “ไม่เป็นไร” ในภาษาไทย

❌ ผิด:

Never mind (ใช้ตอบคนขอโทษ หรือขอบคุณ)

✔️ ถูกตามบริบท:

• ตอบขอโทษ → It’s okay. / No worries.
• ตอบขอบคุณ → You’re welcome. / No problem.
• บอกให้ไม่ต้องคิดมาก → Don’t worry about it. ⸻

5. “ชินแล้ว” แปลเป็น “I’m used already”

มาจากการเอาไวยากรณ์ไทยไปใส่ในอังกฤษทั้งดุ้น

❌ ผิด:

I’m used already.

✔️ ถูก:

• I’m used to it. ถ้าอยากเน้นว่า “เคยทำมาบ่อย ๆ” ใช้
• I’m familiar with it.
• I’ve gotten used to it. ⸻

6. “คุ้มค่า” แปลเป็น “Worthful”

ภาษาอังกฤษไม่มีคำว่า worthful แม้จะดูเหมือนเป็นคำที่ควรมี

❌ ผิด:

This product is worthful.

✔️ ถูก:

• It’s worth it.
• Good value for money. ⸻

7. “อร่อยมาก” แปลเป็น “Very delicious”

ถึงจะไม่ผิดแกรมมาร์ แต่ไม่เป็นธรรมชาติ เจ้าของภาษามักใช้คำอื่นแทน

❌ ผิด (ไม่เป็นธรรมชาติ):

Very delicious.

✔️ ถูก:

• It’s delicious.
• It tastes amazing.
• It’s really good. ⸻ สรุป การแปลภาษาต้องดู “บริบท” และ “ธรรมชาติของภาษา” มากกว่าคำศัพท์ทีละคำ การแปลตรงตัวอาจทำให้ความหมายเปลี่ยน หรือกลายเป็นประโยคที่เจ้าของภาษาฟังแล้วงง การเลือกใช้ประโยคที่เหมาะสมตามสถานการณ์จะช่วยให้สื่อสารได้ลื่นไหล และเป็นมืออาชีพมากขึ้น

ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม