ภาษาไม่เคยตาย แค่มันเปลี่ยนรูปแบบ
มีคนพูดเสมอว่า “เดี๋ยวนี้ภาษาไทยเพี้ยนไปหมด” “วัยรุ่นทำภาษาเสีย” แต่ถ้ามองให้ลึกกว่านั้น ภาษาไม่ได้กำลังตาย มันแค่กำลังเปลี่ยนรูปแบบ และมันเปลี่ยนแบบนี้มาตลอด
⸻
ภาษาเคลื่อนไหวตามผู้ใช้
ภาษาไม่ใช่หิน มันไม่หยุดนิ่ง เมื่อสังคมเปลี่ยน เทคโนโลยีเปลี่ยน วิถีชีวิตเปลี่ยน ภาษาก็เปลี่ยนตาม
ลองดูแค่ยุคโซเชียลมีเดีย
คำอย่าง
• “เดี๋ยวทัก”
• “ปักหมุด”
• “เท”
• “แกง”
คำเหล่านี้เคยมีความหมายหนึ่ง วันนี้มีอีกความหมายหนึ่ง ภาษาไม่ได้เสื่อม มันกำลังสร้างชั้นความหมายใหม่
⸻
ตัวย่อ อีโมจิ และภาษาพิมพ์เร็ว
ในแชต เราใช้คำสั้นลง ตัดสระ ใช้เลขแทนเสียง หรือใช้อีโมจิแทนประโยค
เช่น
“โอเคค่าาาา
”
ถ้าเขียนในเอกสารทางการ อาจดูไม่เหมาะสม แต่ในบริบทเพื่อนสนิท มันสื่ออารมณ์ได้ดีกว่าประโยคยาวๆ อีก
รูปแบบเปลี่ยน
แต่หน้าที่ของภาษา — การสื่อสารความรู้สึก — ยังเหมือนเดิม
⸻
ภาษาใหม่เกิดขึ้นตลอดเวลา
คำว่า “เซลฟี่” “อินฟลูเอนเซอร์” “คอนเทนต์” ล้วนเป็นคำที่สมัยก่อนยังไม่มี โลกเปลี่ยน ภาษาเลยต้องมีคำใหม่มารองรับสิ่งใหม่ ภาษาไม่เคยตาย มันแค่ปรับตัวให้ทันโลก
⸻
แล้วคำโบราณล่ะ หายไปไหน?
บางคำอาจไม่ใช้ในชีวิตประจำวันแล้ว แต่ยังอยู่ในวรรณกรรม บทกวี หรือเอกสารสำคัญ ภาษาเหมือนบ้านหลังใหญ่ บางห้องคนอยู่เยอะ บางห้องเงียบลง แต่บ้านไม่ได้หายไป
⸻
มุมมองของนักแปล
สำหรับนักแปล การเปลี่ยนแปลงของภาษาไม่ใช่อุปสรรค แต่คือความท้าทาย คำสแลงวันนี้อาจไม่มีในพจนานุกรม คำใหม่ในโลกธุรกิจอาจยังไม่มีคำไทยที่ชัดเจน หน้าที่ของนักแปลไม่ใช่แค่รู้คำศัพท์ แต่ต้องเข้าใจว่า ภาษา ณ เวลานั้น “กำลังอยู่ในรูปแบบไหน” เพราะถ้าแปลทันสมัยเกินไปในเอกสารทางการ อาจดูไม่เหมาะ แต่ถ้าแปลโบราณเกินไปในคอนเทนต์ออนไลน์ก็อาจดูห่างเหิน การเลือกโทนให้เหมาะกับยุค คือทักษะที่สำคัญมาก
⸻
บทสรุป
ภาษาไม่เคยตาย มันแค่เปลี่ยนหน้าตา บางครั้งมันสั้นลง บางครั้งมันเร็วขึ้น บางครั้งมันเล่นสนุกมากขึ้น แต่หัวใจของมันยังเหมือนเดิม คือการเชื่อมคนเข้าหากัน และตราบใดที่มนุษย์ยังต้องการสื่อสาร ภาษา…ก็จะไม่มีวันตาย
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น