แปลผิดนิดเดียว ความหมายเปลี่ยนทั้งเรื่อง
แปลผิดนิดเดียว ความหมายเปลี่ยนทั้งเรื่อง
1. Bored vs. Boring
ตัวอย่างคลาสสิก
• I’m bored. = ฉันกำลังเบื่อ
• I’m boring. = ฉันเป็นคนน่าเบื่อ
เติม -ing ผิดตำแหน่ง กลายเป็นประกาศตัวเองว่าเป็นคนไม่น่าคบ
นี่คือความต่างของ “ความรู้สึก” กับ “คุณลักษณะ”
⸻
2. Cheap vs. Affordable
สองคำนี้แปลว่า “ถูก” เหมือนกันไหม?
• Cheap = ราคาถูก (แต่แฝงความหมายว่าคุณภาพต่ำ)
• Affordable = ราคาเอื้อมถึงได้ (โทนบวกกว่า)
ถ้าเขียนโฆษณาว่า
“This is a cheap product.”
ลูกค้าอาจคิดว่า “ของคุณภาพต่ำ” ทั้งที่คุณแค่อยากบอกว่าราคาไม่แพง คำผิดนิดเดียว แบรนด์เสียหายได้เลย
⸻
3. Sympathetic vs. Empathetic
• Sympathetic = สงสาร เห็นใจ
• Empathetic = เข้าใจความรู้สึกอย่างลึกซึ้ง
ในงานองค์กร หรือ HR ถ้าเลือกผิด โทนอารมณ์จะเปลี่ยนทันที
“เราเห็นใจคุณ”
กับ
“เราเข้าใจคุณ”
มันไม่เหมือนกัน
⸻
4. Miss vs. Lose
ภาษาไทยใช้คำว่า “คิดถึง” คำเดียว แต่ภาษาอังกฤษมีความต่างชัดเจน
• I miss you. = ฉันคิดถึงคุณ
• I lost you. = ฉันทำคุณหาย / ฉันสูญเสียคุณ
คำหลังนี้รุนแรงกว่ามาก และบางบริบทอาจหมายถึงการเสียชีวิต
⸻
5. Please advise
ในไทยนิยมใช้ในอีเมล์ธุรกิจ แต่สำหรับเจ้าของภาษา บางครั้งฟังดูแข็ง และห้วน ถ้าอยากให้สุภาพขึ้น อาจใช้ว่า
• Could you please advise?
• I’d appreciate your advice.
การเลือกโทนสำคัญพอๆ กับความถูกต้อง
⸻
ทำไมคำเล็กๆ ถึงสำคัญขนาดนั้น?
เพราะภาษาไม่ใช่แค่ข้อมูล แต่มันคือภาพลักษณ์ ความสัมพันธ์ และความน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะในงานธุรกิจ งานวิชาการ หรือเอกสารทางกฎหมาย ความคลาดเคลื่อนเล็กน้อยอาจหมายถึงความเข้าใจผิดระดับใหญ่
⸻
แปลดี ไม่ใช่แค่ “ไม่ผิด”
การแปลที่ดีต้อง:
• เข้าใจบริบท
• เข้าใจเจตนา
• เข้าใจวัฒนธรรม
• และเลือกคำที่ “ตรงความหมายจริง” ไม่ใช่แค่ตรงพจนานุกรม
เพราะพจนานุกรมให้ความหมาย แต่นักแปลมืออาชีพให้ “ความแม่นยำ”
⸻
บทสรุป
แปลผิดนิดเดียวอาจไม่ใช่เรื่องใหญ่ในบทสนทนาทั่วไป แต่ในโลกธุรกิจ คำเดียวอาจเปลี่ยนความหมายทั้งเรื่อง และเปลี่ยนความเชื่อมั่นของคนอ่านได้ทันที ภาษาเล็กน้อย แต่ผลลัพธ์ไม่เล็กเลย

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น