ทำไม “Read” ถึงอ่านได้ทั้ง “รีด” และ “เรด”?

 ทำไม “Read” ถึงอ่านได้ทั้ง “รีด” และ “เรด”?


Credit: Canva.com

หนึ่งในคำภาษาอังกฤษที่ทำให้ผู้เรียนงงที่สุดคำหนึ่งคือคำว่า read เพราะหน้าตาเขียนเหมือนเดิมทุกประการ แต่ดันอ่านได้ สองเสียง และความหมายก็เปลี่ยนไปตามเสียงนั้นด้วย
• read = รีด
• read = เรด แล้วอะไรเป็นตัวกำหนดว่าเราต้องอ่านแบบไหน? คำตอบอยู่ที่ กาลเวลา (tense) ไม่ใช่การสะกดคำ ⸻

1. Read (รีด) — ปัจจุบัน / อนาคต

ถ้า read อยู่ใน present tense หรือพูดถึงสิ่งที่ทำเป็นประจำ
👉 อ่านว่า /riːd/ (รีด)

ตัวอย่าง:

• I read books every day.
• She reads academic papers for work.
• I will read the report tonight. 📌 แม้ประโยคจะเป็นอนาคต (will read) ก็ยังอ่านว่า “รีด” ⸻

2. Read (เรด) — อดีต

ถ้า read อยู่ใน past tense
👉 อ่านว่า /rɛd/ (เรด) เสียงเดียวกับ red

ตัวอย่าง:

• I read the email yesterday.
• He read the instructions before starting. 📌 จุดสังเกตสำคัญ:
รูปคำไม่เปลี่ยนเลย แต่เสียงเปลี่ยนตามเวลา ⸻

3. ทำไมไม่เปลี่ยนรูปเหมือนคำอื่น?

คำกริยาส่วนใหญ่จะเปลี่ยนรูปเมื่อเป็นอดีต เช่น
• work → worked
• watch → watched แต่ read เป็นกริยาในกลุ่ม irregular verb ซึ่งภาษาอังกฤษเลือก “เปลี่ยนเสียง” แทน “เปลี่ยนรูปคำ” จึงเกิดกรณีพิเศษแบบนี้: เขียนเหมือนเดิม แต่เสียงต่าง ⸻

4. แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าอ่านแบบไหน?

ให้ดู 2 อย่างนี้เสมอ:

✅ 1) คำบอกเวลา

• yesterday, last night, last week → เรด
• every day, usually, now, tomorrow → รีด

✅ 2) โครงสร้างประโยค

• Present / Future → รีด
• Past → เรด

ตัวอย่างเทียบชัด ๆ:

• I read it every morning. → รีด
• I read it this morning. → เรด ⸻

5. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยของคนไทย

❌ อ่านว่า “รีด” ตลอด แม้จะเป็นอดีต
❌ เขียน readed (ไม่มีคำนี้ในภาษาอังกฤษ)

✔️ ที่ถูกคือ

• เขียน: read (เหมือนเดิม)
• เปลี่ยน: เสียงตาม tense

ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม